• เก่งศัพท์ Topik ใน 40วัน

    >มาเรียนรู้คำศัพท์ต่างๆ ที่ใช้ในการสอบ Topik ระดับ 1 และ 2 หากเรียนรู้และจำได้หมดแล้ว รับรองว่าการสอบผ่าน Topik จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

  • Oversea Korean

    เรียนรู้ภาษาเกาหลีเบื้องต้น ตั้งแต่สระ พยัญชนะ การผสมคำ การสร้างประโยค ไวยากรณ์ ไปจนการสนทนาในสถานการร์ประจำวัน

  • Korean Grammar

    เรียนรู้เกี่ยวกับไวยากรณ์ในภาษาเกาหลีตั้งแต่พื้นฐาน

벤 BEN - 180도 180 Degree


벤 BEN - 180도 180 Degree


사랑 다 비슷해 그래 다 비슷해
ความรักก็เหมือนๆกันแหละ ใช่ มันก็ประมาณนั้น

너는 다르길 바랐는데
ฉันได้แต่หวังว่าเธอจะต่างออกไป

넌 뭐가 미안해 왜 맨날 미안해
เธอขอโทษอะไรกัน ทำไมต้องขอโทษทุกวัน

헤어지는 날조차 너는 이유를 몰라
แม้กระทั่งวันที่เลิกกัน สาเหตุยังไม่รู้เลย

이젠 180도 달라진 너의 표정 그 말투
ตอนนี้เธอเปลี่ยนไปมาก ทั้งคำพูด ท่าทาง

너무 따뜻했던 눈빛 네 향기까지도
ทั้งแววตาที่เคยอบอุ่น รวมถึงกลิ่นของเธอ

정말 너무 나도 달라진 우리 사랑 또 추억
ความรัก ความทรงจำของเรามันช่างต่างกันเหลือเกิน

아직 그대로인데 난
จริงๆ มันก็ยังเหมือนเคย แต่

이젠 180도 변해버린 지금 너와 나
ตอนนี้เรื่องราวของเราเปลี่ยนไปหมดแล้ว

남자는 다 비슷해 그래 다 비슷해
ผู้ชายก็เหมือนๆ กันแหละ ใช่ มันคล้ายๆ กันหมด

너는 아니길 바랐는데
ฉันได้แต่หวังว่า คงไม่ใช่เธอ แต่...

말로만 사랑해 거짓말 그만해
"รัก" เป็นเพียงแค่ลมปาก หยุดโกหก ซักทีเถอะ

헤어지는 날조차 왜 넌 이유를 몰라
ขนาดวันที่เลิกกัน ทำไมคุณถึงไม่รู้เหตุผล

이젠 180도 달라진 너의 표정 그 말투
ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว ทั้งสีหน้า คำพูดของเธอ

너무 따뜻했던 눈빛 네 향기까지도
ทั้งสายตาที่เคยอบอุ่น รวมถึงกลิ่นของเธอ

정말 너무나도 달라진 우리 사랑 또 추억 
ความรักและความทรงจำของเรา มันเปลี่ยนไปจริงๆ

아직 그대로인데 난
แต่ กับฉัน มันยังเป็นเหมือนเคย

이젠 180도 변해버린 지금 너와 나
ตอนนี้เรื่องของเธอและฉัน มันเปลี่ยนไปหมดแล้ว

사랑해 말하지 않아도
ไม่ต้องพูดว่า "รัก"

너의 눈에 쓰여 있었던
สายตาที่เคยเอาใจใส่คู่นั้น

그때가 참 그리워
ฉันคิดถึงตอนนั้นจริงๆ

이젠 180도 변해버린 너와 나의 약속
สัญญาระหว่างเรา ตอนนี้มันเปลี่ยนไปหมดแล้ว

익숙해진 변명 거짓말까지도
ชื่อเล่นที่เคยคุ้น รวมถึงคำโกหกเหล่านั้น

모두 진심이라 믿었던 바보 같던 내 사랑
ทั้งหมดที่เคยหลงเชื่อ ความรักโง่ๆของฉัน

전부 지쳐버렸어 난
ฉันเหนื่อยเหลือเกิน

이젠 180도 변해버린 지금 너와 나
ตอนนี้ เราเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

이젠 너무 나도 그리워진 그때 너와 나
ตอนนี้ ฉันคิดถึงเรื่องราวตอนนั้นของเราเหลือเกิน
Share:

Grammar LV1 : SNU08 : N에 있어요, V-아요/어요, N-이에요/예요


가..내 방은 3층에 있어요. 내 방에는 책상과 짐대가 있어요.
나..침대 옆에는 무엇이 있어요?
가..침대 옆에는 텔레비전이 있어요.
나..냉장고도 있어요?
가..아니오, 냉장고는 없어요. 
      냉장고는 아레층에 있어요.


ฟังแทร็คเสียง



คำแปล
가..내 방은 3층에 있어요. 내 방에는 책상과 짐대가 있어요.
      ห้องของฉันอยู่ที่ชั้น 3 ค่ะ ที่ห้องของฉันมีเตียงกับโต๊ะ

나..침대 옆에는 무엇이 있어요?
      ที่ข้างเตียงมีอะไรครับ

가..침대 옆에는 텔레비전이 있어요.
      ที่ข้างเตียง มีทีวีค่ะ

나..냉장고도 있어요?  
      มีตู้เย็นด้วยเหรอครับ

가..아니오, 냉장고는 없어요.  ตู้เย็นไม่มีค่ะ
      냉장고는 아레층에 있어요. ตู้เย็นอยู่ที่ชั้นล่างค่ะ



คำศัพท์ควรรู้
내------------------------------------------>ของฉัน
방------------------------------------------>ห้อง
층------------------------------------------>ชั้น
있다--------------------------------------->มี,อยู่
없다--------------------------------------->ไม่มี,ไม่อยู่
침대--------------------------------------->เตียง
냉장고------------------------------------>ตู้เย็น
바지--------------------------------------->กางเกง
전화--------------------------------------->โทรศัพท์
몇------------------------------------------>กี่/เท่าไหร่
위------------------------------------------>ข้างบน
아래/밑 ---------------------------------->ข้างล่าง/ข้างใต้
앞------------------------------------------>ข้างหน้า
뒤------------------------------------------>ข้างหลัง
옆------------------------------------------>ข้างๆ
오른쪽------------------------------------>ขวา
왼쪽--------------------------------------->ซ้าย
근처--------------------------------------->แถวๆ/บริเวณ

안------------------------------------------>ข้างใน
책상--------------------------------------->โต๊ะ
텔레비전--------------------------------->ทีวี


ไวยากรณ์
1. N에 있어요 : อยู่ที่......... ใช้บอกคนศทางที่ตั้งของคน สิ่งของ และสถานที่

교실은 몇 층에 있어요? 
ห้องเรียน อยู่ชั้นที่เท่าไหร่คะ

내 방은 2층에 있어요.ง2. N1에는 N2이/가 있어요 :ใช้เพื่อบอกและเน้นถึงสถานที่ที่กล่าวถึงโดยเฉพาะเจาะจง

2층에는 교실이 있어요.
ที่ชั้น 2 มีห้องเรียนค่ะ

아래층에 텔레비전에 있어요.
ที่ชั้นล่าง มีทีวีค่ะ

3. V/A-아요/어요 : เป็นคำลงท้ายคำกริยาและคุณศัพท์ คล้ายๆ กับคำลงท้ายในรูปแบบ 습니다 แต่เป็นทางการน้อยกว่า 
หลักการใช้มีดังนี้
*ถ้าคำกริยาหรือคุณศัพท์มีสระตัวสุดท้ายคือ ㅗ,ㅏ ให้ใช้  아요."
좋다 -----> 좋아요.
오다 -----> 와요.
가가 -----> 가요.

*ถ้าคำกริยาหรือคุณศัพท์มีสระตัวสุดท้ายด้วยสระอื่นๆ ที่ไม่ใช่ ㅗ,ㅏ ให้ใช้  어요."
쉬다 ------> 쉬어요.
있다 ------> 있어요.

*ถ้าคำกริยาหรือคุณศัพท์มีสระตัวสุดท้ายด้วย 하다 ให้ใช้ 여요" 하다 + 여요 = 해요.
공부하다 -- 공부해요.
따뜻하다 -- 따뜻해요.

อ่านเพิ่มเติม-------> การผันคำกริยา 1 ข้อ 3.5

5. N-이에요/예요 : เป็นคำลงท้ายคำนาม คล้ายๆ กับ 입니다 แต่เป็นทางการน้อยกว่า

*ถ้าคำนามที่มีตัวสะกดให้ใช้  이에요".
도서관이에요.  ห้องสมุดค่ะ
공원이에요. : สวนสาธารณะค่ะ

*ถ้าคำนามไม่มีตัวสะกดให้ใช้ 예요"
학교예요. : โรงเรียนค่ะ
침대예요. : เตียงค่ะ

4. N1은/는 N2에 없어요 : ใช้พูดเพื่อเน้นสิ่งที่กล่าวถึง

책상은 방에 없어요.ที่
โต๊ะไม่มีในห้องค่ะ.

교실에는 텔레비전이 없어요.
 ที่ห้องเรียน ไม่มีทีวีค่ะ


5. 내 N : ของฉัน ใช้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ
 
내 방은 2층에 있어요.
ห้องของฉัน อยู่ที่ชั้น 2

내 바지는 침대 위에 있어요.
กางเกงของฉัน อยู่บนเตียง.

สงสัยตรงไหนสอบถามเพิ่มเติมได้ค่ะ แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้านะคะ

Share:

การผันคำกริยา 2: การผันคำกริยาแบบไม่เป็นไปตามกฎ


การผันคำกริยาแบบไม่เป็นไปตามกฎ

1. คำกริยาที่สะกดด้วย  ㅅ
    เมื่อพยางค์ถัดไปเริ่มด้วย ㅇ จะต้องตัดตัวสะ ㅅ ออกไป ดังตัวอย่าง

แต่มีคำกริยาบางคำที่มีข้อยกเว้น ไม่ต้องตัด ㅅ ออกไป คือ 벗다 (ถอด ), 웃다 (หัวเราะ), 씻다 (ล้าง), 빗다 (หวี) 



2. คำกริยาที่สะกดด้วย  ㅂ
    คำกริยาที่สะกดด้วย ㅂ จะต้องตัด ㅂ ออกและเติม  우 หรือ 오 หากตามด้วย 아/어요 ดังตัวอย่าง


แต่มีคำกริยาบางคำที่มีข้อยกเว้น ไม่ต้องตัด ㅂ ออกไป คือ 잡다 (จับ), 뽑다 (ถอน), 씹다 (เคี้ยว), 입다 (สวมใส่)


3. คำกริยาที่สะกดด้วย  ㄷ
    คำกริยาที่สะกดด้วย ㄷ จะต้องเปลี่ยน ㄷ เป็น   เมื่อพยางค์ถัดไปเริ่มด้วย ㅇ ดังตัวอย่าง

คำกริยาที่สะกดด้วย ㄷ บางคำก็มีข้อยกเว้น ไม่ต้องเปลี่ยน ㄷ เป็น ㄹ นั่นก็คือ 받다 (รับ), 닫다 (ปิด), 얻다 (ได้รับ), 믿다 (เชื่อ)  


4. คำกริยาที่ลงท้ายด้วย 르
คำกริยาที่ลงท้ายด้วย 르 จะต้องเติม ㄹ เป็นตัวสะกดให้พยางค์หน้า และตัด สระ ㅡ ออก จากนั้นเติมสระ ㅓ หรือ ㅏ ต่อท้าย

จะเติม ㅓ หรือ ㅏนั้น ให้ดูสระที่พยางค์หน้าว่าเป็นสระใด หากพยางค์หน้าเป็นสระ  ㅗ,ㅏ ให้เติม ㅏ หากเป็นสระอื่นๆ ให้เติม ㅓ ดังตัวอย่าง

จบแล้วค่ะ สำหรับคำกริยาที่ไม่เปลี่ยนไปตามกฎ จำเป็นจะต้องเรียนรู้และจำให้ดีว่า คำกริยาใดที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรูปไปตามกฎ

แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ




Share:

การผันคำกริยา 1 - การผันคำกริยาแบบปกติ


1. การผันคำกริยาคืออะไร?

คำกริยาภาษาเกาหลีทั้งหมดลงท้ายด้วย - 다 เช่น 가다 (ไป), 적다 (เขียน), และ 살다(มีชีวิตอยู่,อาศัยอยู่) คำที่นำหน้า - 다 เช่น 가, 먹,และ 살  เราเรียกว่ารากศัพท์คำกริยา
ซึ่งรากศัพท์เหล่านี้จะต้องนำมาเปลี่ยนรูปตามความหมายที่แสดงออกของกาลเวลาและระดับความสุภาพ

2. กริยาปกติและกริยาที่ไม่ปกติ
คำกริยาส่วนใหญ่จะเปลี่ยนรูปไปตามปกติ แต่ว่ายังมีคำกริยาที่มีข้อยกเว้น จะต้องมีการเปลี่ยนรูปที่แตกต่างออกไป จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจกับคำกริยาเหล่านี้ เช่น คำกริยาที่สะกดด้วย ㄹตัวอย่างเช่น 살다 (มีชีวิตอยู่), และ 돌다 (กลับ). คำเหล่านี้จะเปลี่ยนรูปตามกฎพื้นฐานแต่ว่าในบางครั้ง จะผันแตกต่างจากคำกริยาปกติอื่นๆ

3. รูปแบบการผันคำกริยาปกติ

3.1 คำกริยา  + คำลงท้าย -자, -고, -거나, -지만, -기, -지, และ -겠 สามารถเติมคำต่อท้ายเหล่านี้ต่อท้ายคำกริยาได้ทั้งหมด โดยไม่ต้องคำนึงว่าคำกริยานั้นสะกดด้วยพยัญชนะใด

ตัวอย่าง:
(-자) = 가다 + 자→가자 (ไปกันเถอะ)
(-자) = 적다 + 자→적자 (เขียนกันเถอะ)
(-자) = 살다 + 자→살자 (อยู่ด้วยกันเถอะ)
(-고) = 가다 + 고→가고 (ไป แล้วก็..)
 (-고) = 적다 + 고→적고 (เขียน แล้วก็..)
 (-고) = 살다 + 고→살고 (อาศัยอยู่ แล้วก็..)

3.2 คำกริยาที่มีตัวสะกด ㄹ + ต่อท้ายด้วย -니?  -는데, and -는 สามารถเติมท้ายคำกริยา แต่ทว่า สิ่งที่สำคัญ คำกริยาที่สะกดด้วย ㄹ จะต้องตัด ㄹ ทิ้ง

ตัวอย่าง:
(-니?)
① 가다 + 니? → 가니?
    적다 + 니? → 적니?
② 살다 + 니? → 사니?

(-는데)
① 가다 + 는데 → 가는데
    적다 + 는데 → 적는데
② 살다 + 는데 → 사는데

 3.3 คำกริยา  +  คำลงท้าย -면/-으면, -려고/-으려고, -며/-으
며, และ -ㅁ/-음
ซึ่งการผันจะขึ้นอยู่กับสระและพยัญชนะตัวสุดท้ายของกริยา ถ้าคำกริยามีพยัญชนะเป็นตัวสะกด ควรจะเติม -으 ก่อนคำลงท้ายเหล่านี้
ข้อควรจำสำหรับคำกริยาที่สะกดด้วย  ㄹ และใช้ไวยากรณ์เหล่านี้ต่อท้าย ไม่ต้องเติม -으 และไม่จำเป็นจะต้องตัดตัวสะกด ㄹ ออกไป

ตัวอย่าง:
(-면/-으면)
① 가다 + 면 → 가면 (ถ้าไป)
② 살다 + 면 → 살면 (ถ้าอยู่)
③ 적다 + 으면 → 적으면 (ถ้าเขียน)

(-려고/-으려고)
① 가다 + 려고 → 가려고 (ตั้งใจจะไป)
② 살다 + 려고 → 살려고 (ตั้งใจจะอยู่)
③ 적다 + 으려고 → 적으려고 (ตั้งใจจะเขียน)

3.4 คำกริยาที่เติมคำลงท้ายด้วย (-으-/ -느-/ -스-) การผันคำกริยาในกลุ่มนี้จะคล้ายๆ กับข้อที่แล้ว แต่ทว่าคำกริยาที่มีตัวสะกด ㄹ จะต้องตัดตัวสะกด ㄹ ออก และเติมด้วยคำลงท้ายเหล่านี้
 -세요 / -으세요, -ㄴ다 / -는다, -ㄴ / -은, -ㄹ / -을, -니까 / -으니까, -ㅂ니
다 / -습니다, -ㅂ니까? / -습니까? และ -ㅂ시다 / -읍시다

ตัวอย่าง:
(-세요/-으세요)
① 가다 + 세요 → 가세요 (กรุณาไป)
② 살다 + ㄹ 세요 → 사세요 (กรุณาอยู่)
③ 적다 + 으세요 → 적으세요 (กรุณาเขียน)

(-ㄴ다/-는다)
① 가다 + ㄴ다 → 간다 (ฉันไป)
② 살다 + ㄴ다 → 산다 (ฉันอยู่)
③ 적다 + 는다 → 적는다 (ฉันเขียน)

(-ㅂ니다/-습니다)
① 가다 + ㅂ니다 → 갑니다 (ฉันไป)
② 살다 + ㅂ니다 → 삽니다 (ฉันอยู่)
③ 적다 + 습니다 → 적습니다 (ฉันเขียน)

3.5 คำกริยา + คำต่อท้าย 아/어/여
คำกริยาในรูปแบบนี้ จะตามด้วย -아요/-어요/-여요, -아/-어/-여, -아라/-어
라/-여라, -았어요/-었어요/-였어요, และ -아서/-어서/-여서.
คำเหล่านี้เป็นคำต่อท้ายคำกริยาแบบพื้นฐานที่ใช้กันในชีวิตประจำวัน การผันคำกริยาในรูปแบบนี้จะแบ่งตามสระตัวสุดท้าย
คำกริยาที่ลงท้ายด้วย ㅗ,ㅏ จะต่อท้ายด้วย 아요,아라, 아,았어요,아서
คำกริยาที่ลงท้ายด้วย ㅓ,ㅡ ,ㅜ,ㅣ ..และอื่นๆ ที่ไม่ใช่ ㅗ,ㅏ จะต่อท้ายด้วย 어요,어라, 아,었어요,어서
คำกริยาที่ลงท้ายด้วย  하다  จะต่อท้ายด้วย 여요, (하다 + 여요 ----> 해요)

 ตัวอย่าง:
(-아요 /-어요 /-여요 ) <-----------ปัจจุบัน
① 가다 + 아요 → 가요 (ฉันไป)
     오다 + 아요 → 와요 (ฉันมา)
     살다 + 아요 → 살아요 (ฉันอยู่)
② 서다 + 어요 → 서요 (ฉันยืน)
③ 공부하다 + 여요 → 공부해요 (ฉันเรียน)

(-았어요/-었어요/-였어요) <-----------อดีต
① 가다 + 았어요 → 갔어요 (ไปแล้ว)
     오다 + 았어요 → 왔어요 (มาแล้ว)
     살다 + 았어요 → 살았어요 (อาศัยอยู่แล้ว)
② 서다 + 었어요 → 섰어요 (ยืนแล้ว)
③ 공부하다 + 였어요 → 공부했어요 (เรียนแล้ว)

จากตัวอย่าง อาจจะพบว่าการผันกริยาอาจดูแปลกๆ เช่น
가다 +아요 กลายเป็น 가요ทำไมไม่ใช่ 가아요
오다 + 아요 กลายเป็น 와요 ทำไมไม่ใช่ 오아요
서다 + 어요 กลายเป็น 서요 ทำไมไม่ใช่ 서어요.

นี่เป็นเพราะกฎในการรวมสระในภาษาเกาหลีเมื่อนำมาใช้ร่วมกับการผันคำกริยา ดังตารางนี้


อาจจะดูยุ่งยากน่าปวดหัวสำหรับการผันคำกริยาในภาษาเกาหลี แต่มันเป็นกฎที่จำเป็นต้องรู้ในการเรียนภาษาเกาหลี เพราะฉนั้นจึงควรฝึกฝนและทำความเข้าใจ จะช่วยให้การเรียนไวยากรณ์ในภาษาเกาหลีง่ายขึ้น

ในบล็อกหน้าเราจะมาต่อด้วยคำกริยาที่ผันแบบไม่เป็นไปตามกฎกันนะคะ สงสัยตรงไหนทิ้งข้อความไว้ในบล็อกหรือในเพจได้เลยค่ะ

แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้าคร่า


Share:

은/는


은/는

1. ใช้เติมหลังคำนาม  เพื่อเน้นย้ำให้ความสำคัญกับเนืื้อเรื่องหรือสิ่งที่กล่าวถึง
2. ใช้เน้นเพื่อเปรียบเทียบสองข้อความ

ไม่มีตัวสะกด
저는
엄마는
ฉัน
แม่
มีตัวสะกด
당신은
동생은
คุณ
น้อง
Share:

이에요/예요



이에요/예요

เป็นคำลงท้ายประโยคใช้เติมหลังคำนาม  ใช้เพื่ออธิบายประธานของประโยค

Nไม่มีตัวสะกด 예요 엄마예요
아빠예요
เป็นแม่
เป็นพ่อ
Nมีตัวสะกด 이에요 한국사람이에요
학생이에요
เป็นคนเกาหลี
เป็นนักเรียน
Share:

แบบเรียนภาษาเกาหลีเบื้องต้นฉบับแปลไทย ระดับชั้นประถม



แบบเรียนระดับชั้น ป.1-ป.2

ภาษาเกาหลีฉบับเฉพาะการ(ภาษาไทยประกอบ)นี้เป็นแบบเรียนสําหรับนักเรียนที่ใช้ภาษาไทยในการเรียนภาษาเกาหลีในโรงเรียนฮันกึล เล่ม 1,2 มุ่งใช้สอนนักเรียนระดับป. 1,2 ประกอบด้วยการแนะนําภาษาเกาหลีเบื้องต้น อันได้แก่ ระบบตัวอักษรภาษาเกาหลีเพื่อให้นักเรียนคุ้นเคยกับภาษาเกาหลีโดยการฝึกฝนซ้ําไปซ้ํามาและเพื่อให้นักเรียนวัยเยาว์ที่เพิ่งเริ่มเรียนภาษาเกาหลีได้เรียนอย่างสนุกสนาน กิจกรรมต่างๆ ในแบบเรียนจึงมีรูปแบบที่ง่าย ไม่น่าเบื่อ

วัตถุประสงค์ของการพัฒนาแบบเรียนชุดนี้ก็เพื่อใช้สอนนักเรียนที่เป็นเด็กและบางส่วนยังไม่ได้เข้าโรงเรียนและคํานึงถึงลักษณะนักเรียนที่เป็นเด็กที่ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก ดังนั้น จึงมีภาษาไทยประกอบโดยเฉพาะส่วนที่เป็นแบบฝึก คําสั่ง และแนะนําวัฒนธรรม

한국어 1 PDF + AUDIO1
한국어 2 PDF + AUDIO2






แบบเรียนระดับชั้น ป.3-ป.4
ภาษาเกาหลีฉบับเฉพาะการ(ภาษาไทยประกอบ)นี้เป็นแบบเรียนสําหรับนักเรียนที่ใช้ภาษาไทยในการเรียนภาษาเกาหลีในโรงเรียนฮันกึล เล่ม 3,4 มุ่งใช้สอนนักเรียนระดับป. 3,4 ประกอบด้วยการแนะนําภาษาเกาหลีเบื้องต้นเพื่อให้นักเรียนคุ้นเคยกับภาษาเกาหลีโดยการฝึกฝนซ้ําไปซ้ํามา และเพื่อให้นักเรียนวัยเยาว์ที่เพิ่งเริ่มเรียนภาษาเกาหลีได้เรียนอย่างสนุกสนาน กิจกรรมต่างๆ ในแบบเรียนจึงมีรูปแบบที่ง่าย ไม่น่าเบื่อ

วัตถุประสงค์ของการพัฒนาแบบเรียนชุดนี้ก็เพื่อใช้สอนนักเรียนที่เป็นเด็ก และคํานึงถึงลักษณะนักเรียนที่เป็นเด็กที่ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก ดังนั้น จึงมีภาษาไทยประกอบโดยเฉพาะส่วนที่เป็นแบบฝึก คําสั่ง และแนะนําวัฒนธรรม

한국어 3 PDF + AUDIO3
한국어 4 PDF + AUDIO4






แบบเรียนระดับชั้น ป.5-ป.6
ภาษาเกาหลีฉบับเฉพาะการ(ภาษาไทยประกอบ)นี้ เป็นแบบเรียนสําหรับนักเรียนที่ใช้ภาษาไทยในการเรียนภาษาเกาหลีในโรงเรียนฮันกึล เล่ม 5,6 มุ่งใช้สอนนักเรียนระดัป.5,6 ประกอบด้วยเนื้อหาที่เป็นภาษาที่ใช้จริงในชีวิตประจําวัน เพื่อให้นักเรียนนําไปใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และมีกิจกรรมฝึกฝนทักษะการสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆ เมื่อเรียนไปแล้ว นักเรียนสามารถนําไปใช้ทั้งกับครอบครัวและกับเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียนได้

โครงสร้างบทเรียนสอดคล้องกับหลักสูตรของโรงเรียนฮันกึล มีบทหลัก 15 บท และบททบทวน 2 บท

วัตถุประสงค์ของการพัฒนาแบบเรียนชุดนี้ นอกจากเพื่อใช้สอนภาษาเกาหลีที่ใช้ทั่วไปในชีวิตประจําวันแก่นักเรียนแล้ว ยังคํานึงถึงวัยของนักเรียนที่เป็นเด็กโตระดับประถมช่วงปลาย ซึ่งจําเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับภาษาเกาหลีอื่นๆ เพิ่มเติมขึ้นจากระดับที่ผ่านมาอย่างเหมาะสม


한국어 5 PDF + AUDIO5
한국어 6 PDF + AUDIO6


ขอให้สนุกกับการเรียนภาษาเกาหลี สงสัยตรงไหนตามได้ที่เพจเฟสบุกหรือโพสไว้ในบล็อกได้เลยค่ะ


ต้องการดาวน์โหลดไฟล์โดยไม่มีโฆษณาใช่ไหม?? 



ร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือเว็บ เราจะส่ง Direct Link สำหรับดาวน์โหลด Textbook โดยไม่มีโฆษณา ให้ทาง e-mail ภายใน 24 ชม.
Share:

Grammar LV1 : SNU07 : 무슨N?, N에는, N에도, N와/과 N

가... 오늘은 무슨 요일입니까?
나... 오늘은 목요일 입니다. 
가... 내일은 무엇을 하십니까?
나... 학교에 갑니다. 
가... 토요일과 일요일도 학교에 가십니까?
가... 아니오, 주말에는 집에서 쉽니다. 텔레비전을 보고 책을 읽습니다.


ฟังแทร็คเสียง 트랙::



คำแปล
가... 오늘은 무슨 요일입니까?
         วันนี้เป็นวันอะไรครับ

나... 오늘은 목요일 입니다. 
        วันนี้วันพฤหัสบดีค่ะ


가... 내일은 무엇을 하십니까?
        พรุ่งนี้ ทำอะไรครับ


나... 학교에 갑니다. 
        ไปโรงเรียนค่ะ


가... 토요일과 일요일도 학교에 가십니까?
        วันเสาร์กับวันอาทิตย์ ก็ไปโรงเรียนเหรอครับ

가... 아니오, 주말에는 집에서 쉽니다. 텔레비전을 보고 책을 읽습니다.
        ไม่ค่ะ ตอนสุดสัปดาห์พักผ่อนที่บ้าน ดูทีวี แล้วก็อ่านหนังสือค่ะ

คำศัพท์ควรรู้
무슨--------------------------------------------------->อะไร
내일--------------------------------------------------->พรุ่งนี้
언제--------------------------------------------------->เมื่อไหร่
매일--------------------------------------------------->ทุกวัน
주말--------------------------------------------------->สุดสัปดาห์
쉬다--------------------------------------------------->พักผ่อน
텔레비전--------------------------------------------->ทีวี,โทรทัศน์
장미--------------------------------------------------->ดอกกุหลาบ
공원--------------------------------------------------->สวนสาธารณะ
요일--------------------------------------------------->วัน
월요일------------------------------------------------>วันจันทร์
화요일------------------------------------------------>วันอังคาร
수요일------------------------------------------------>วันพุธ
목요일------------------------------------------------>วันพฤหัส
금요일------------------------------------------------>วันศุกร์
토요일------------------------------------------------>วันเสาร์
일요일------------------------------------------------>วันอาทิตย์
쓰다--------------------------------------------------->เขียน/ใช้
좋아하다--------------------------------------------->ชอบ
김치 -------------------------------------------------->กิมจิ
태권도------------------------------------------------>แทควันโด
음식 -------------------------------------------------->อาหาร
수영 -------------------------------------------------->การว่ายน้ำ
아침 -------------------------------------------------->ตอนเช้า
저녁 -------------------------------------------------->ตอนเย็น
교회--------------------------------------------------->โบสถ์

ไวยากรณ์
1. 무슨 = อะไร ใช้กับคำนามเท่านั้น โดยมีโครงสร้างประโยคคือ

     무슨 N입니까? : ...............คืออะไรคะ

무슨 책입니까?   หนังสืออะไรคะ

오늘은 무슨  요일입니까?
วันนี้ วันอะไรคะ

2. N에 : 

           2.1. N에 ใน/ที่   ใช้เติมหลังคำนาม และตามด้วยคำกริยาที่มีการเคลื่อนไหว เช่น 가다/오다
                   집에 갑니다 ไปบ้าน
                   학교에 가지 않습니다 ไม่ไปโรงเรียน
                  
           2.2  N에 ใน/ตอน ใช้กับคำนาม เพื่อระบุวันและเวลา
                 토요일에 학교에 가지 않습니다.
                 วันเสาร์ ไม่ไปโรงเรียน

                 주말에 공원에 갑니다.
                 สุดสัปดาห์ ไปสวนสาธารณะ
3. N에는 : ใน/ที่/ตอน N ใช้ระบุเน้นย้ำให้ความสำคํญกับวัน/เวลา

                금요일에는 학교에서 공부합니다.
                เรียนหนังสือที่โรงเรียน อนวันศุกร์

                 일요일에는 교회에 다닙니다.
                 ไปโบสถ์วันอาทิตย์ 

4.N에도 : แม้ว่า..........ก็

               철수는 일요일에도 학교에 갑니다. 
               ชอลซู แม้วันอาทิตย์ก็ไปโรงเรียน


              주말에도 한국어를 배웁니다.
              แม้ว่าสุดสัปดาห์ ก็เรียนภาษาเกาหลี

5. 와/과 : กับ/และ
    ใช้เชื่อมคำนาม 2 คำ โดยมีหลักการใช้คือ
     คำนามมีตัวสะกด ใช้ 과  เช่น 수박과 사과 แตงโมกับแอปเปิ้ล
     คำนามไม่มีตัวสะกดใช้ 와 เช่น 사과와 수박 แอปเปิ้ลกับแตงโม

     토요 일요일도 학교에 가십니까?
     วันเสาร์กับวันอาทิตย์ก็ไปโรงเรียนเหรอคะ

     나는 영어 한국어를 가르칩니다.
     ฉันสอนภาษาอังกฤษกับภาษาเกาหลี
6. 고  แล้วก็ ใช้เชื่อมสองประโยคเข้าด้วยกัน โดยมีความหมายว่า ประโยคหนึ่งเสร็จแล้วก็ทำประโยคที่สอง

      텔레비전을 보고 책을 읽습니다.
      ดูทีวีแล้วก็อ่านหนังสือ

       나는 한국어를 배우고 영어를 가르칩니다.
       ฉันเรียนภาษาเกาหลีแล้วก็สอนภาษาอังกฤษ

แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้าคร่า
Share:

Grammar LV1 : SNU06 : N이/가 어떻습니까?


가... 오늘은 날씨가 어떻습니까?
나... 날씨가 좋습니다
가... 덥습니까?
나... 아니오. 덥지 않습니다.
가... 춥습니까?
나... 아니오, 춥지 않습니다. 오늘은 따뜻합니다. 
        일본은 요즈음 날씨가 어떻습니까?

ฟังแทร็คเสียง 트랙::


คำแปล
가... 오늘은 날씨가 어떻습니까?
        วันนี อากาศเป็นยังไงคะ

나... 날씨가 좋습니다
        อากาศดีครับ 

가... 덥습니까?
        ร้อนไหมคะ

나... 아니오. 덥지 않습니다.
        ไม่่ครับ ไม่ร้อนครับ

가... 춥습니까?
        หนาวไหมคะ

나... 아니오, 춥지 않습니다. 오늘은 따뜻합니다. 
        ไม่หนาวครับ วันนี้อุ่นครับ


        일본은 요즈음 날씨가 어떻습니까?
         อากาศที่ญี่ปุ่นช่วงนี้เป็นยังไงครับ


คำศัพท์ควรรู้
오늘----------------------------------------->วันนี้
날씨----------------------------------------->อากาศ
어떻습니까?------------------------------>เป็นอย่างไร,อย่างไร
좋다----------------------------------------->ดี
나쁘다-------------------------------------->แย่/เลว
덥다----------------------------------------->ร้อน
춥다----------------------------------------->หนาว
따뜻하다----------------------------------->อบอุ่,น
시원하다----------------------------------->เย็นสบาย,สดชื่น
요즘(요즈음)------------------------------>ช่วงนี้,หมู่นี้
비--------------------------------------------->ฝน
비가 오다 ---------------------------------->ฝนตก
눈 -------------------------------------------->หิมะ
눈이 오다 ----------------------------------->หิมะตก
쉽다 ------------------------------------------>ง่าย
어렵다---------------------------------------->ยาก
싸다------------------------------------------->ถูก
비싸다---------------------------------------->แพง
예쁘다---------------------------------------->สวย
크다------------------------------------------->ใหญ่
작다------------------------------------------->เล็ก
재미있다------------------------------------->สนุก
재미없다------------------------------------->ไม่สนุก
맛있다---------------------------------------->อร่อย
맛없다---------------------------------------->ไม่อร่อย
일본------------------------------------------->ญี่ปุ่น


ไวยากรณ์:
1. N이/가 어떻습니까? ........เป็นอย่างไรคะ???
   ใช้ในการสอบถามสภาพของสิ่งต่างๆ เช่น อากาศ สิ่งของ บุคคล 
   มาจาก 어떻다 + 습니까?(ย้อนไปอ่านการใช้ไวยากรณ์ ㅂ/습니까? ที่นี่)

책이 어떻습니까?
หนังสือเล่มนี้เป็นอย่างไร?

날씨가 어떻습니까?
อากาศเป็นอย่างไร?


2. N이/가  A지않습니다:
    ใช้สำหรับประโยคปฏิเสธ (ย้อนไปอ่านการใช้ไวยากรณ์ -지 않다 ที่นี่ )

가방이 좋지 않습니다
กระเป๋าไม่ดี

교실이 따뜻하지 않습니다
ห้องเรียนไม่อุ่น

แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้าคร่า
Share:

Facebook comment

อยากสมัครบัตรกดเงินสด คลิกเลย!!!

Popular Posts


Facebook Like