September 28, 2015

-(스)ㅂ니다 / -(스)ㅂ니까? คำลงท้ายในประโยคที่เป็นทางการ

การใช้คำลงท้ายด้วย -(스)ㅂ니다 / -(스)ㅂ니까? ใช้ลงท้ายในประโยคที่เป็นทางการ แสดงถึงความสุภาพ หากจะเปรียบเทียบกับภาษาไทย ก็จะแปลได้ว่า ครับ/ค่ะ



จากตารางด้านบน จะเห็นได้ว่า -(스)ㅂ니까? ใช้กับประโยคคำถาม ส่วน -(스)ㅂ니다 ใช้กับรูปประโยคบอกเล่าเท่านั้น 

**แบบฝึกหัด**
จงเติมประโยคคำถามและคำตอบในช่องว่างให้ถูกต้อง
 
 ขอขอบคุณบทเรียนและภาพประกอบจาก Korean Grammar in Use Beginning

시간 การดูเวลา

การดูเวลาในภาษาเกาหลีนั้น จะแบ่งเวลาเหมือนกับทางฝั่งตะวันตกคือ 오전  และ 오후

오전 (A.M.)  00.00 - 11.59
오후 (P.M.)  12.00 - 23.59

ซึ่งในแต่ละวันก็จะแบ่งออกเป็น เช้า (아침) กลางวัน (점심) เย็น (저녁) กลางคืน(밤) และ รุ่งอรุณ (새벽)


ตอนเช้า (아침) เริ่มนับตั้งแต่ 07.00 - 11.59 น.
ตอนเที่ยง, บ่าย (점침) เริ่มนับตั้งแต่ 12.00 - 17.59 น.
ตอนเย็น (저녁) เริ่มตั้งแต่ 18.00 - 19.59 น.
ตอนกลางคืน (밤) เริ่มตั้งแต่ 20.00 - 01.59 น.
ตอนรุ่งอรุณ (새벽) เริ่มตั้งแต่ 02.00 - 06.59 น. 

เรื่องการดูเวลาในภาษาเกาหลีนั้น มีหลักในการดูว่า ชั่วโมงจะต้องใช้เลขเกาหลี ส่วนนาทีและวินาทีต้องอ่านด้วยเลขจีน ยกตัวอย่างเช่น

ในช่วงเวลาบ่ายมักจะมีคำว่า 오후 วางไว้ด้านหน้าเช่น บ่ายโมงสามสิบห้านาที (13.35 น.) คือ 

오후 한시 삼십오분 (บ่ายโมง สามสิบห้านาที)

시 = นาฬิกา, โมง
분 = นาที
초 =  วินาที

오후 한시 삼십분 (บ่ายโมงสามสิบนาที)

สามารถอ่านได้อีกแบบคือ 오후 한시 (บ่ายโมงครึ่ง)

หมายถึงครึ่ง

ซึ่งจะเหมือนกับการดูเวลาของไทย เรามักจะบอกว่าบ่ายโมงครึ่ง มากกว่าจะพูดว่าบ่ายโมง 30 นาที

ไม่ยากใช่ไหมคะ งั้นมาลองทำแบบฝึกหัดกันค่ะ



ขอขอบคุณบทเรียนและภาพประกอบจาก Korean Grammar in Use Beginning

September 25, 2015

달력 การดูวันที่ในปฏิทิน

달력 การดูวันที่ในปฏิทิน


เดือนกันยายนของทุกปี ที่ประเทศเกาหลีมีเทศกาลใหญ่ ซึ่งเป็นวันหยุดยาวของชาวเกาหลี เรียกว่าเทศกาลชูซ็อก "추석" หรือวันขอบคุณพระเจ้า เป็นวันหยุดที่สำคัญที่สุดในเกาหลี สมาชิกในครอบครัวจะมารวมตัวกัน กราบไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 27 กันยายน 2558 เทศกาลชูซ็อกนั้นมีชื่อเรียกอีกอย่างในภาษาเกาหลีว่า ฮันกาวี (한가위) 



ในเดือนนี้จึงเป็นช่วงที่ชาวเกาหลีหยุดยาวตั้งแต่วันที่ 26-29 กันยายน 2558


เพราะฉนั้นวันนี้ ในบล็อกนี้เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับการดูและอ่านปฏิทินกันนะคะ 
ยกตัวอย่างวันที่ 29 กันยายน 2015 ในภาษาเกาหลีจะเขียนกลับกัน คือ 2015년 9월 29일.. 

2015년 9월 29일
년 = ปี         월 = เดือน      일 = วันที่

การอ่านปี
2015년 อ่านว่า 이천십오년 (ปี 2015)

การอ่านเดือน




**ข้อควรจำ**
เดือนมิถุนายน ต้องอ่านว่า 유월 ไม่ใช่ 육월
เดือนตุลาคม จะต้องอ่านว่า 시월 ไม่ใช่ 십월




**ข้อควรจำ**
วันที่ 16  ต้องอ่านว่า 심뉴길 (ชิมนยูกิล) ไม่ใช่ 심육일
วันที่ 26 จะต้องอ่านว่า 이심뉴길 (อีชิมนยูกิล) ไม่ใช่ 이심육일

การอ่านวัน

 การถามว่า วันไหน ปีไหน เดือนไหนนั้น จะถามได้ง่ายๆ โดยการเติม 몇 (กี่) ไว้ข้างหน้า
몇년(ปีอะไร)  몇월(เดือนอะไร)  며칠(วันที่อะไร) 무슨 요일(วันอะไร)

เพราะฉนั้นสิ่งที่ต้องจำคือ การถามวันที่เราจะไม่ถามว่า 몇일? แต่ต้องถามว่า 며칠 แทน ยกตัวอย่างเช่น
 오늘이 몇일이에요? (ถามแบบนี้ผิดนะคะ)
 오늘이 며칠이에요? (ถามแบบนี้จึงจะถูกต้อง)

ลองทำแบบฝึกหัดดูนะคะ



**แล้วพบกันใหม่นะคะ**

September 24, 2015

숫자 ตัวเลขในภาษาเกาหลี

บล็อกนี้มาเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเลขและวิธีการอ่านตัวเลขในภาษาเกาหลีกันนะคะ

ในภาษาเกาหลีนั้นมีตัวเลขที่ต้องจำอยู่ 2 ชุดคือ ตัวเลขเกาหลี และเป็นเลขที่ยืมมาจากภาษาจีน 

* ตัวเลขคำยืมจากจีน เลขเกาหลี
0 = 공/영
1 하나
2
3
4
5 다섯
6 여섯
7 일곱
8 여덟
9 아홉
10
11 십일 열하나(열한)
20 이십 서른
30 삼십 스물 (스무)
40 사십 마흔
50 오십
60 육십 예순
70 실십 일흔
80 팔십 여든
90 구십 아흔
100
1,000
10,000
100,000 십만 십만
1,000,000 백만 백만
100,000,000

1. ตัวเลขคำยืมจากจีนนั้นจะใช้แสดงกับสิ่งของต่างๆ ดังเช่น หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขรถโดยสารประจำทาง ส่วนสูง น้ำหนัก ที่อยู่ ปี เดือน นาที วินาที และ ราคาสิ่งของ เป็นต้น




จำกันได้หรือยังคะ ถ้าจำได้แล้ว ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เริ่มเรียนรู้วิธีการอ่านตัวเลขในภาษาเกาหลีกันดีกว่าค่ะ

1.    หลักในการอ่านเลขภาษาเกาหลีนั้น วิธีการอ่านเลขจะแตกต่างจากการอ่านเลขไทยของเราอยู่บ้าง ภาษาเกาหลีนั้นจะยึดหลักหมื่น 만 (10000) เป็นหลัก  วิธีอ่านในภาษาเกาหลีคือ ให้ตัดเลขออกเป็นชุด 4 ตัว

ตัวอย่าง
354,790       = 35/4790       (삼십오만/사천칠백구십)
6,354,790    = 635/4790     (육백삼십오만/사천칠백구십)
26,354,790  = 2635/4790   (이천육백삼십오만 사전칠백구십 )

2.  วิธีการอ่านตัวเลขที่นำหน้าด้วยเลข 1 นั้น เราจะไม่ออกเสียง 1  ซึ่งต่างจากของไทย 100 อ่านว่า หนึ่งร้อย ส่วนตัวเลขเกาหลีจะอ่าน ร้อย (백) เฉยๆ

ตัวอย่าง
110 อ่านว่า 백십 (ห้ามอ่าน일백십)
11,110 อ่านว่า만천백십(ห้ามอ่าน일만천백십)

3.   การออกเสียง 16, 26, 36 ... ไปจนถึง 96 อ่านออกเสียงว่า

16  [십육]    --> [심뉵]
26 [이십육]  --> [이심뉵]
36 [삼십육]  --> [삼심뉵]
...
...
96 [구십육]  --> [구심뉵]

4.  การออกเลข 0 (영/공) ซึ่งปรากฏอยู่ในหมายเลขโทรศัพท์นั้น ให้อ่านว่า 공 เช่น

6508-8254 •  육오공필의 [] 팔이오사
010-4783-0274 •  공일공 사칠팔삼의[] 공이칠사
의 ให้อ่านออกเสียงว่า "เอ" ไม่ใช่ "อึย"

***แบบฝึกหัด***

ตัวอย่าง
A: 전화번호가 뭐예요?
B: 2734-3698이에요.  (이칠삼사의 삼육구팔)이에요.

(1)  A: 휴대전화가 있어요? (มีโทรศัพท์มือถือไหมคะ)
      B:  네,있어요. 010-738-3509예요.(มีค่ะ 010-738-3509 ค่ะ)
           (................................... )예요.

(2)  A: 몸무게가 몇 킬로그램(kg)이에요? (น้ำหนักกี่กิโลกรัมคะ)
       B: 34킬로그램(kg)이에요.  (34 กิโลกรัมค่ะ)
           (..................)킬로그램(kg)이에요.

(3) A:  키가 몇 센티미터(cm)예요? (สูงกี่เซ็นติเมตรคะ)
      B: 175센티미터(cm)예요.  (175 เซ็นติเมตรค่ะ)
          (...............)센티미터(cm)예요.

(4) A: 치미가 얼마예요? (กระโปรง (ราคา) เท่าไหร่คะ)
      B: 62,000원이에요. (62,000 วอนค่ะ)
          (...........................)원이에요.


----------------------------------------------------

2. ตัวเลขเกาหลีนั้นจะใช้ในการแสดงเวลาและลักษณะนาม เมื่อจะนับจำนวน สัตว์ สิ่งของหรือ คน เช่น 명 (คน), 마리 (ตัว), 개 (อัน), 살 (ขวบ/ปี),  병(ขวด) และ잔 (แก้ว) เป็นต้น  โดยจะใช้เลขเกาหลีไว้หน้าลักษณะนามเหล่านี้

ข้อควรจำ

การนำมาเลขเกาหลีมาใช้จริงนั้น รูปแบบการเขียนจะเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย

하나   กลายเป็น  한  ตัวอย่างเช่น  학생 한 명 (นักเรียนหนึ่งคน)
둘      กลายเป็น  두  ตัวอย่างเช่น  개 두 마리 (หมา 2 ตัว)
셋      กลายเป็น  세  ตัวอย่างเช่น  커피 세 잔 (กาแฟ 3 แก้ว)
넷      กลายเป็น 네  ตัวอย่างเช่น   콜라 네 병 (โค้ก 4 ขวด)
스물  กลายเป็น 스무ตัวอย่างเช่น   사과 스무 개 (แอปเปิ้ล 20 ลูก)

ตัวอย่างการใช้เลขเกาหลีกับลักษณะนาม

하나 + 개 (อัน) 개 (อัน)
둘 + 개 개.
셋 + 개
넷+ 개
다섯 + 개 다섯개
여섯 + 개 여섯개
일곱 + 개 일곱개
여덟 + 개 여덟개
아홉 + 개 아홉개
열 + 개 열개
열하나 + 개 열한
스물 + 개 스무

เข้าใจแล้วใช่ไหมคะ งั้นทดลองทำแบบฝึกหัดกันค่ะ



ตัวอย่าง
남자가 두명,  여자가 세명 있어요. 
ผู้ชายมี 2 คน,    ผู้หญิงมี 3 คน


(1) 개가(สุนัข).................. 있어요. (마리 - ตัว)

(2) 텔레비전이(โทรทัศน์)..................., 
     컴퓨터가(คอมพิวเตอร์)................있어요. ( -เครื่อง)

(3) 의자가(เก้าอี้) .......................개,
     사과가 (แอปเปิ้ล).....................있어요.( - ตัว,อัน,ลูก) 

(4) 콜라가 (โค้ก)......................., 
     주스가(น้ำผลไม้)......................있어요.( - ขวด)

(5) 책이 (หนังสือ) ........................…있어요 ( - เล่ม)
     꽂이 (ดอกไม้)............ 송이 있어요. (송이 - ดอก)

September 22, 2015

N이/가 있다 มี, อยู่

N이/가 있다  มี, อยู่

N이/가 있다 จะบ่งบอกถึงสถานที่/ที่ตั้ง หรือบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งคำตรงข้ามของ 있다 ก็คือ 없다 ซึ่งแปลว่าไม่มี

1. การใช้ N이/가 있다 เพื่อระบุตำแหน่งที่ตั้งมีหลักการใช้ดังนี้

N이/가 N(place)에 있다
หรือ
N(place)에 N이/가 있다

ซึ่งจากโครงสร้างประโยคทั้งสองแบบ ไม่ว่าจะวางรูปประโยคแบบไหน ความหมายของประโยคก็ไม่เปลี่ยน

Ex.-
컴퓨터가 책상 위에 있어요
คอมพิวเตอร์อยู่บนโต๊ะ
책상 위에 컴퓨터가 있어요
บนโต๊ะมีคอมพิวเตอร์
책이 어디에 있어요?
หนังสืออยู่ที่ไหน
가방안에 있어요.
อยู่ในกระเป๋า

จะเห็นได้ว่าประโยคทั้งสองนี้ เมื่อแปลความหมายแล้วจะได้ความหมายเหมือนกันแม้จะวางสลับตำแหน่ง

คำศัพท์ที่ควรจำเกี่ยวกับตำแหน่งทีี่ตั้งต่างๆ
ข้างหน้า
ข้างหลัง
ข้างบน
아래(밑) ข้างใต้
ด้านข้าง
가운데 ตรงกลาง
사이 ระหว่าง
ข้างใน
ข้างนอก
오른쪽 ด้านขวา
왼쪽 ด้านซ้าย

2. การใช้ N이/가 있다 เพื่อแสดงถึงการครอบครองสิ่งของบางสิ่งบางอย่าง "มี" ซึ่งคำตรงข้ามของ 있다 ก็คือ 없다 ซึ่งแปลว่าไม่มี

나는 언니가 있어요. 통생이 없어요.
ฉันมีพี่สาว / ไม่มีน้อง
자전거가 있어요. 차가 없어요.
มีจักรยาน / ไม่มีรถยนต์

ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ถ้าพอเข้าใจแล้วก็ทดลองทำแบบฝึกหัดกันค่ะ


(1) 텔레비전 ......에 꽃병이 있어요.           (2) 이민우 씨 ............에 캐렬 씨가 있어요.
(2) ..............씨 왼쪽에 가방이 있어요.      (4) 가방............. 에책이 있어요.
(5) 신문이 가방..........에있어요.               (6) 이민우씨가 .............. 오른쪽에 있어요.

แล้วพบกันใหม่นะคะ

Credit รูปภาพและบทเรียนจาก Korean Grammar in Use Beginning

N + 이다 สิ่งนี้เป็น....


 N + 이다


ใช้สำหรับต่อท้ายคำนาม เพื่อบอกว่า สิ่งนั้นเป็น.....สิ่งนี้คือ....... เช่น
의자+이다 = 의자이다 เป็นเก้าอี้

ซึ่งเวลานำไปใช้จริงจะต้องมีการนำ 이다 ไปผันในรูปต่างๆ เช่น



ตัวอย่าง

이것이 무엇입니까? อันนี้คืออะไรคะ/ครับ
이것은 의자입니다. อันนี้คือเก้าอี้ค่ะ/ครับ

ถ้าผู้ถามถามในรูปประโยคที่เป็นทางการเราก็ควรตอบในรูปประโยคเดียวกัน

이것이 무엇이에요?  อันนี้คืออะไรคะ/ครับ
이것은 의자예요  อันนี้คือเก้าอี้ค่ะ/ครับ

สังเกตว่าความหมายจะเหมือนกัน จะแตกต่างกันแค่รูปแบบโครงสร้างของคำกริยา ซึ่งจะผันตามระดับของความสุภาพ ซึ่งแบบหลังเป็นประโยคที่สุภาพแต่ไม่เป็นทางการ

เข้าใจกันแล้วใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นลองทำแบบฝึกหัดกันดูนะคะ

이것이 무엇입니까? (อันนี้คืออะไรคะ)   
................................................
(อันนี้คือหมวกครับ)
저것이 무엇입니까? (อันโน้น คืออะไรครับ)   
................................................    
 (อันโน้น คือนาฬิกาค่ะ)
가수입니까? (เป็นนักร้องใช่ไหมคะ/ครับ)   
네, ............................................   
(ใช่, เป็นนักร้องครับ/ค่ะ)
누구입니까?   (เป็นใครคะ/ครับ)
................................................  
(เป็นอาจารย์ครับ/ค่ะ) 

แล้วพบกันใหม่ในบล็อกต่อไปนะคะ